5 อาหารประจำชาติของเอเชียตะวันออก







5 อาหารประจำชาติของเอเชียตะวันออก


1. ประเทศเกาหลีใต้

อาหารประจำชาติ :  กิมจิ  (김치)

            กิมจิ  (김치) มีข้อสันนิษฐานกันว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า ชิมเช (침채) ฮันจา (沈菜) ที่แปลว่าผักดองเค็ม กิมจิเป็นอาหารเกาหลีประเภทผักดองที่อาศัยภูมิปัญญาก้นครัวของชาวเกาหลี ด้วย การหมักพริกสีแดงและผักต่างๆ โดยทั่วไปจะเป็นผักกาดขาว ชาวเกาหลีนิยมรับประทานกิมจิเกือบทุกมื้อ และยังนำไปปรุงเป็นส่วนประกอบอาหารอีกหลายอย่าง เช่น ข้าวต้ม ข้าวสวย ซุป ข้าวผัด สตู บะหมี่ จนถึงพิซซาและเบอร์เกอร์ ปัจจุบันกิมจิมีมากกว่า 187 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะมีรสเผ็ด เปรี้ยว และมีกลิ่นฉุน แม้ปัจจุบันมีบริษัทอาหารผลิตกิมจิสำเร็จรูปหรือแบบสดขายตามห้างสรรพสินค้าก็ตาม แต่ ชาวเกาหลีก็ยังนิยมทำกิมจิกินเองที่บ้าน

        กิมจินอกจากจะมีรสชาติอร่อยและกลิ่นน่าทานเฉพาะตัวแล้ว ยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ทั้งวิตามินเอ ซี ธาตุอาหารทั้งโปรตีนและแคลเซียม ที่สำคัญมีกรดแลคติก ที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดึ้น

       ทุกๆปีจะมีเทศกาลการทำกิมจิ (หรือกิมซาง Kimchang) ที่เมืองกวางจูราวๆเดือนพฤศจิกายน มีการแข่งขันและประกวดการทำกิมจิจากทั่วประเทศ เพื่อสืบทอดวัฒนธรรมการทำกิมจิที่มีมาแต่โบราณให้คนรุ่นหลังได้มีการรู้จักและรักษาไว้ สาเหตุที่ทำให้คนเกาหลีทำกิมจิในช่วงนี้เพราะเป็นปลายฤดูเก็บเกี่ยว พืชผักต่างๆสุกงอมอย่างเต็มที่ ถ้ารับประทานไม่หมดก็นำไปถนอมอาหารในรูปแบบกิมจิ เพื่อเอาไว้รับประมานในช่วงหน้าหนาวที่หนาวจัดและมีหิมะตก ที่กินเวลายาวนานถึง 4 เดือน





2. ประเทศจีน

อาหารประจำชาติ : เป็ดปักกิ่ง

      อาหารจีนเลิศรสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในเมนูประจำชาติจีน เสิร์ฟในรูปแผ่นหนังบางกรอบ ที่มาพร้อมแผ่นแป้งบางสำหรับห่อ ตามด้วยซอสหวานและเครื่องเคียงอย่าง ต้นหอม โดยจะใช้เฉพาะส่วนหัวที่เป็นสีขาวนำมาซอยเป็นเส้น คู่กับแตงกวาปอกเปลือกหั่นเป็นแท่ง หนังเป็ดจะต้องแล่ออกเป็นแผ่นบางตอนร้อนๆ ยิ่งหากลงจากเตาใหม่ๆ จะช่วยให้แล่ง่ายขึ้นได้เป็นชิ้นสวยงาม สูตรต้นตำรับของปักกิ่งจะแล่หนังติดเนื้อมาด้วย ในขณะที่ประเทศไทยนิยมแล่เฉพาะหนัง ส่วนเนื้อเป็ดนำไปปรุงรสตามชอบ เช่น ผัดกระเทียม เมี่ยงเป็ด เป็นต้น




3. ประเทศฮ่องกง

อาหารประจำชาติ : ขนมปังสัปปะรด

       ขนมปังก้อนใหญ่ที่ราดหน้าด้วยแยมสัปปะรดแล้วนำไปอบจนด้านบนกรอบ ด้านล่างนุ่ม ส่งกลิ่มหอมยั่วยวนให้ผู้ที่ได้กลิ่นต้องตามมาซื้อ สูตรลับของขนมปังสัปปะรดนี้เป็นสมบัติล้ำค่าของ Hong Kong School of Baking เลยทีเดียว โดยขนมปังสัปปะรดนี้ยังถูกส่งไปขายที่แคนาดาอีกด้วย โดยจะทานคู่กับชานมที่มีรส หอม หวาน มัน และเมื่อทานคู่กับเนยก็จะได้รสชาติที่แตกต่างออกไป




4. ประเทศไต้หวัน

อาหารประจำชาติ : ตัน ไจ๋ เมี่ยน

      ตัน ไจ๋ เมี่ยน คือ บะหมี่ ของประเทศไต้หวัน หรือจะเรียกว่าเป็นบะหมี่ประจำชาติก็ว่าได้ ราเม็งมีความหมายต่อประเทศ ญี่ปุ่นเพียงไร เจ้า ตันไจ๋เมี่ยนก็มีความหมายต่อ ประเทศไต้หวันฉันนั้น สิ่งที่พิเศษในตันไจ๋เมี่ยนนั้นคือ น้ำซุปที่มีรสชาติกลมกล่อมที่เคี่ยวเป็นเวลานานจากซี่โครงหมูที่คัดเกรดอย่างดีจากฟาร์มที่มีชื่อเสียง ในประเทศไต้หวัน บวกกับเส้นบะหมี่ที่นวดจากแป้งอย่างดี ทานกับเครื่องปรุงและส่วนผสม หลากหลายกลายเป็น บะหมี่ รสเลิศที่ไม่ควรพลาดในการชิมรสด้วยประการทั้งปวง




5. ประเทศญี่ปุ่น

อาหารประจำชาติ : ซาชิมิ (刺身 sashimi)

ซาชิมิ คือ การนำเนื้อดิบจากสัตว์ เช่น ปลาทะเลมาหั่นหรือแล่สดๆ แล้วรับประทานควบคู่กับเครื่องปรุงรสอย่าง โซยุ และ ทสึมะ (เครื่องเคียง) ต่างๆ เช่น วาซาบิ ขิงดอง หัวไชเท้าขูดเส้น และ ใบชิโสะ ปัจจุบันซาชิมิมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการหลักๆ 2 ชื่อ ซึ่งเรียกแตกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น คือ “โอะซาชิมิ” แถบภูมิภาคคันโต และ “โอะทสึคุริ” แถบภูมิภาคคันไซ

ซาชิมิเป็นอาหารที่ถูกพัฒนามาจากอาหารญี่ปุ่นที่ชื่อว่า “นามะสึ” คือการนำปลาดิบมาสับให้ละเอียด รับประทานคู่กับน้ำส้มสายชูที่ผสมวาซาบิ และน้ำส้มสายชูผสมขิง แต่ซาชิมิได้เริ่มต้นเป็นที่รู้จักตั้งแต่สมัยคามาคุระ (ปี ค.ศ.1185–1333) ซึ่งตอนนั้นเป็นเพียงอาหารในกลุ่มชาวประมงที่นำปลามาแล่เป็นชิ้นบางๆ แล้วรับประทานกันสดๆ ต่อมาเมื่อเข้าสู่สมัยมุโรมาจิ (ปีค.ศ. 1336 – 1573) โชยุก็ได้ถือกำเนิดขึ้นและใช้รับประทานคู่กับซาชิมิ แต่โชยุในสมัยก่อนถือเป็นของทีมีราคาสูง เมนูซาชิมิจึงเป็นอาหารชั้นสูงสำหรับผู้ที่มีฐานะเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่สมัยปลายเอโดะ (ปีค.ศ. 1603 – 1867) โชยุได้แพร่หลายไปสู่ชนชั้นชาวเมือง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ซาชิมิเป็นที่นิยมรับประทานกันโดยทั่วไป จนทำให้เริ่มมีการเปิดร้านขายซาชิมิ หรือ เรียกตามภาษาญี่ปุ่นว่า “ซาชิมิยะ” จวบจนทุกวันนี้




แหล่งที่มา

https://sites.google.com/site/pratheskeahliti/xahar-praca-chati
http://country555.blogspot.com/p/blog-page_22.html
https://sites.google.com/site/29698pyurwi/xahar-prathes-cin
https://www.wonderfulpackage.com/article/v/37/
http://linethaitravelblog.blogspot.com/2015/05/blog-post_6.html
https://sites.google.com/site/patchaneemas12/prathes-yipun/xahar-praca-chati-yipun




ความคิดเห็น